บทที่ 13 สำรวจตรวจตรา

นาวินพาอรุโณทัยไปดื่มกาแฟ จากที่ตอนแรกตั้งใจจะคุยกันถึงเรื่องแผนการดัดหลังเจ้าหมอดู แต่กลับกลายเป็นคุยเรื่องสัพเพเหระ เสียงหัวเราะใสๆ ดังปนกับเสียงหัวเราะของชายหนุ่ม พอดื่มกาแฟเสร็จเขาก็พาเธอไปซุปเปอร์มาเก็ตเพื่อซื้อของสดและของใช้ส่วนตัวอีกหลายอย่าง

“คุณดูเหมาะที่จะเป็นพ่อบ้านมากกว่าช่างภาพนะคะ” อรุโณทัยเอ่ยปากแซวชายหนุ่มตัวสูงที่เดินเข็นรถเข็นข้างกาย เขาก้มมองหญิงสาวที่ตัวเตี้ยกว่ามากแล้วก็ยิ้ม

“ใครๆ ก็ชอบบอกแบบนั้น แต่ผมว่าผมทำได้ดีทั้งหน้าที่พ่อบ้านและช่างภาพ” เขาบอกพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบผักในตู้แช่ ก่อนเอ่ยถาม “จะทานผักก็ต้องเป็นผักปลอดสารพิษนะ จะได้ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ” นาวินยื่นผักส่งให้หญิงสาว เธอรับมาแล้วพลิกดูผักสลัด อมยิ้มนิดๆ

“บางทีฉันก็ไม่ค่อยจะได้ใส่ใจกับเรื่องพวกนี้หรอกค่ะ ชีวิตฉันค่อนข้างเร่งรีบ บางทีก็เน้นอาหารแช่แข็งเสียส่วนมาก”

“สำหรับผม อาหารแช่แข็งคือทางเลือกสุดท้ายที่ผมจะทาน” ไม่พูดเปล่าเขายังทำหน้าแขยง อรุโณทัยหลุดหัวเราะ

“ฉันขอถอนคำพูดที่เมื่อคืนบอกว่าคุณเป็นคนอยู่ง่ายกินง่ายอะไรก็ได้” เธอกระเซ้า นาวินชะงักฝีเท้า เขาหันมองหญิงสาวนิ่งๆ

“ผมเป็นคนอยู่ง่ายกินง่ายจริง แต่ถ้ามีโอกาสเลือก ผมก็จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิตผม”

“รวมถึงแฟนด้วยหรือเปล่าคะ” เธอหลุดคำพูดออกไป นาวินไม่ตอบ เขาหัวเราะเบาๆ แทน เขาไปจ่ายเงินแล้วพาเธอกลับคอนโด ยังไม่ทันที่นาวินและอรุโณทัยจะขึ้นไปบนห้อง เสียงเรียกจากล็อบบี้ก็ดังขึ้นก่อน

“ไอ้โณ ไอ้นาวิน!”

ทั้งคู่หันไปมองตามต้นเสียง เห็นรัชณกรเดินก้าวเข้ามาด้วยท่าทางหงุดหงิดเสียเต็มประดา เขาหันมองนาวินสลับกับอรุโณทัย

“ไปไหนกันมา ทำไมไม่รับโทรศัพท์ฉัน”

“เอ่อ…” อรุโณทัยไม่รู้จะตอบยังไงเมื่อเห็นความหงุดหงิดจากเพื่อนที่หาได้ยากยิ่ง จนนาวินต้องเป็นฝ่ายตอบแทน

“ไปมาหลายที่เลย แกมีอะไรหรือเปล่า”

“มี!”

“มีอะไรก็ว่ามา จะคุยตรงนี้หรือขึ้นไปคุยบนห้องฉัน” อรุโณทัยย้อนถาม รัชณกรตอบโดยไม่ต้องคิด

“ไปคุยบนห้องแก!”

พออรุโณทัยเสียบคีย์การ์ดห้อง เจ้าเพื่อนที่กำลังเล่นบทหงุดหงิดก็ถลาเข้าไปในห้องก่อนเป็นคนแรก เขาเดินเข้าไปสำรวจภายในห้องนอนของอรุโณทัยก่อน

“เฮ้ยๆๆ ไอ้รัช นี่แกทำอะไรของแกเนี่ย!” อรุโณทัยถามเสียงดัง รัชณกรไม่สนใจ เขาออกมาตรวจความเรียบร้อยที่ห้องรับแขก

“พวกแกสองคนอยู่กันยังไง นอนกันยังไง นอนห้องเดียวกันหรือเปล่า” คำถามที่พ่นออกมาเป็นชุดๆ ทำให้นาวินยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาแวววาวเป็นประกายรู้ทัน อรุโณทัยกำลังจะอ้าปากตอบ แต่เจ้าเพื่อนช่างยั่วกลับชิงตอบเสียก่อน

“แกคิดว่ายังไงล่ะ คิดว่าฉันจะไปนอนบนเตียงเดียวกับโณอย่างนั้นเหรอ” คำพูดนิ่มๆ ที่ออกมาจากปากนาวินทำให้รัชณกรขบกรามแน่นขึ้น จ้องถมึงไปที่นาวินสลับกับอรุโณทัย

“คุณนาวิน พูดอย่างนี้เดี๋ยวไอ้รัชก็เข้าใจผิดหรอก นี่… ไอ้รัช แกฟังนะ ฉันกับคุณนาวินเราสองคนไม่ได้นอนห้องเดียวกัน คุณนาวินเขานอนที่โซฟาตรงนี้” ว่าแล้วเธอก็ชี้นิ้วไปที่โซฟา รัชณกรมองตาม เห็นหมอนกับผ้าห่มพับวางไว้อยู่ก็ลอบถอนหายใจ

“แน่ใจนะ”

“แน่สิวะ! ฉันให้คุณนาวินมาเล่นเป็นแฟนปลอมๆ ไม่ได้ให้มาเป็นแฟนจริงๆ สักหน่อย ไม่ต้องห่วงฉันหรอกน่า…”

“ใครว่าฉันห่วงแกมิทราบ ฉันไม่ได้ห่วงแกสักหน่อย ฉันห่วงไอ้นาวินต่างหาก กลัวว่าจะถูกแกจับทำมิดีมิร้าย” รัชณกรแก้ตัวเสียงสูง อรุโณทัยหน้าขึ้นสีเรื่อ หันไปมองนาวินที่ยังคงยืนยิ้มอยู่

“ไอ้รัช!”

“แยกกันนอนเป็นสัดเป็นส่วนแบบนี้ก็ดีแล้ว แล้วนี่พวกแกสองคนจะต้องอยู่ด้วยกันอีกนานแค่ไหน” รัชณกรทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาแล้วถาม อรุโณทัยถอนหายใจเฮือก ขณะที่นาวินเดินไปหยิบน้ำส้มเย็นๆ มาเสิร์ฟ

“ไม่รู้ว่ะ คงต้องรอให้แม่ฉันหายสงสัยก่อน”

“ว่าแต่… วันนี้พวกแกสองคนไปไหนกันมา” รัชณกรถาม อรุโณทัยจึงตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้ฟัง

“เรื่องทั้งหมดก็เป็นแบบนี้”

“โอ๊ย! แม่แกนี่ก็นะ สุดยอดจริงๆ แต่คนที่สุดยอดกว่าคือไอ้เป็นเอก ส่วนไอ้หมอดูหมอเดานั่นก็สุดยอดเหมือนกัน เลวขั้นสุดยอด โครตผิดจรรยาบรรณวิชาชีพหมอดูเลยว่ะ!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป